ในช่วงวันที่ 25–28 มกราคม 2569 ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดนครนายก ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง สาขาวิชาภูมิสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ได้ทำการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ผ่านภาพถ่ายดาวเทียมแบบหลายช่วงเวลา (multi-temporal analysis) เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ
การวิเคราะห์ครั้งนี้ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมทั้งแบบ True Color Composite (TCC) หรือภาพสีเสมือนจริง และ False Color Composite (FCC) หรือภาพสีผสมเท็จ เพื่อเปรียบเทียบลักษณะพื้นที่ก่อนเกิดไฟ ระหว่างเกิดไฟ และหลังไฟไหม้
ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแปลงเกษตรกรรมหลังการเก็บเกี่ยว พื้นผิวส่วนมากมีลักษณะเป็นดินแห้งและตอซังพืช กระจายตัวเป็นแปลงสี่เหลี่ยมชัดเจน ยังไม่ปรากฏร่องรอยความเสียหายจากไฟไหม้ ในภาพ False Color พืชพรรณที่ยังคงมีความชื้นจะปรากฏเป็นสีแดงสด ขณะที่พื้นที่ดินเปล่าจะมีโทนสีอ่อนกว่า
ภาพถ่ายในวันดังกล่าวตรวจพบ กลุ่มควันหนาแน่น ปกคลุมหลายบริเวณ และพบจุดความร้อนกระจายตัวหลายจุด (สังเกตตำแหน่งลูกศรสีเหลืองในภาพ) แสดงถึงการลุกลามของไฟในหลายแปลงเกษตรกรรมพร้อมกัน ในภาพ True Color สามารถมองเห็นกลุ่มควันสีขาวเทาอย่างชัดเจน ขณะที่ในภาพ False Color บริเวณควันและพื้นที่ที่กำลังถูกไฟไหม้จะแสดงผลแตกต่างอย่างเด่นชัด ทำให้ง่ายต่อการระบุขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแบบเรียลไทม์
เมื่อดาวเทียมโคจรกลับมาเก็บข้อมูลอีกครั้ง ปรากฏร่องรอยพื้นที่เผาไหม้ (Burn Scar) ชัดเจน ในภาพ True Color พื้นที่เผาไหม้ปรากฏเป็นสีดำคล้ำ ในภาพ False Color พื้นที่ดังกล่าวแสดงเป็นโทนสีเข้มเด่น แตกต่างจากดินเปล่าทั่วไปอย่างชัดเจน ข้อมูลในช่วงหลังเหตุการณ์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถนำไปใช้ในการคำนวณขนาดพื้นที่ความเสียหายรายแปลง, การวิเคราะห์รูปแบบการลุกลามของไฟ, ประเมินผลกระทบต่อระบบเกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการวางแผนฟื้นฟูพื้นที่ เป็นต้น
ภาพสีผสมเท็จ (False Color Composite) เป็นเครื่องมือสำคัญในการแปลความหมายข้อมูลจากช่วงคลื่นอินฟราเรดใกล้ (Near Infrared – NIR) ซึ่งมีความไวต่อพืชพรรณและความชื้นในดิน
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีดาวเทียมในการติดตามภัยพิบัติแบบเกือบเรียลไทม์ (near real-time monitoring) และการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ (spatial change detection) อย่างเป็นระบบ การเปรียบเทียบข้อมูลหลายช่วงเวลา (25 → 27 → 28 มกราคม) ทำให้สามารถมองเห็นทั้ง “จุดเริ่มต้น” “ช่วงวิกฤต” และ “ร่องรอยความเสียหาย” ได้ครบถ้วนในมุมมองเดียวจากอวกาศ 📌 เพราะข้อมูลเชิงพื้นที่ ไม่ได้บอกเพียงตำแหน่ง แต่บอกถึง “ความเปลี่ยนแปลงของโลก” ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันอย่างแม่นยำและตรวจสอบได้